วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

วัดพนัญเชิงวรวิหาร





                      วัดพนัญเชิง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท  ชนิดวรวิหาร  แบบมหานิกาย สร้างมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี (จากคำให้การชาวกรุงเก่ากล่าวว่าเป็นพระอารามหลวงลำดับที่ ๑๕) อยู่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ตอนใต้ของเกาะเมือง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ซึ่งครองเมืองอโยธยาเป็นผู้สร้างขึ้นตรงที่พระราชทานเพลิงศพพระนางสร้อยดอกหมาก และพระราชทานนามวัดว่า “วัดพระเจ้าพระนางเชิง” หรือ "วัดพระนางเชิง" 
                    
                       ปูชนียวัตถุ ที่สำคัญของวัด  พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต) เป็นชนิดพระปูนปั้นปางมารวิชัย ประดิษฐ์อยู่ในพระวิหารใหญ่ตามฝาผนังพระวิหารใหญ่ทั้ง ๔  ด้าน ทำเป็นช่องๆ ไว้บรรจุพระพุทธรูป ๘๔,๐๐๐ องค์  ในปัจจุบัน ปี พ.ศ.๒๕๔๙  กำลังจะดำเนินการบูรณะครั้งใหญ่โดยจะทำการปิดทองใหม่ทั้งองค์  เพื่อให้เกิดความสวยงามเป็นที่น่าศรัทธาของพุทธศาสนิกชน พอเข้าไปข้างในจะรู้สึกถึงความเชื่อและควาศรัธาได้ ในแต่ละรอบมีคนเข้าไปเยอะมาก รู้สึกถึงความร่มเย็นมาก

                      " ในการไปครั้งนี้ ได้ทำการ ห่มผ้าองค์หลวพ่อโต จะมีคนของวัดอย่างน้อย2 คนเป็นผู้โยนผ้าขึ้นไปเพื่อห่ม การโยนแต่ละครั้งก็จะตะโกนกันว่า ของให้เฮงขอให้รวย ของให้โชคดี มีเงินมีทองใช้ อย่าเจ็บอย่าจน "  แต่ยังไงก็อย่าลืมให้เงินเล็กน้อยกับคนที่โยนผ้าด้วย ตามศรัทธา แต่หลวงพ่อโตองค์ใหญ่มากจริงๆ สวยงามมาก





ยังมีที่น่าสนใจอยู่อีกเช่น พระอุโบสถ ในปัจจุบันได้มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ  และได้มีการติดเครื่องปรับอากาศภายในพระอุโบสถ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภาพเขียนให้มีความคงทนยาวนานยิ่งขึ้น

พระวิหารเขียน   พระวิหารตั้งคู่กับพระอุโบสถ  อยู่ทางเบื้องซ้ายของพระวิหารหลวง  ในตำนานการสร้างโบสถ์กล่าวไว้ว่า  บุตรเขยพระยารามัญเป็นผู้สร้าง 


พระวิหารหลวง พระ วิหารใหญ่ที่ประดิษฐานพระพุทธไตรรัตนนายก ชาวบ้านเรียกว่าพระงั่ง   เสาภายในพระวิหารหลวงเขียนด้วยดินสีแดงตัดเส้นเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์  เป็นฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๔

ศาลาการเปรียญ ศาลา การเปรียญ  ตั้งอยู่ชายน้ำทางทิศตะวันตก  เป็นศาลาทรงไทยสร้างด้วยเครื่องไม้  เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่  ๔   ภายในเพดานประดับด้วยดาวระหว่างคอสองมีภาพเขียนพุทธประวัติโดยรอบ  จารึกว่าเขียนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒  ปัจจุบันใช้เป็นที่ประกอบศาสนพิธีของพุทธศาสนิกชน  แต่ตอนไป เพิ่งซ่อมแซ่มจากโดนน้ำท่วม


ตึกเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก เป็น ศาลเจ้าของจีน  ถือว่าเป็นที่สถิตของพระนางสร้อยดอกหมาก  ธิดาพระเจ้ากรุงจีนซึ่งเป็นมเหสีของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง   ตามที่กล่าวไว้ในตำนวนการสร้างวัด  ชาวจีนเรียกกันว่า  “ศาลเจ้าแม่อาเนี้ย”  ชั้นบนตั้งแท่นบูชาและรูปเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก   ชั้นล่างตั้งแท่นบูชารูปเจ้าพ่อกวนอิม  ศาลนี้มีสมอเรืออันหนึ่ง  ชาวบ้านงมขึ้นมาจากท่าน้ำหน้าวัด  ได้รับการบูรณะใหม่ในปี พ.ศ.๒๕๔๓  เป็นเรื่องที่เข้าเล่ากันถึงความรัก เคยมีการนำมาสร้างเป็นหนังด้วย


ยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม เจ้าพ่อกวนอูและเทพเจ้าอุ่ยท้อ ติดกับตึกเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก  ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ๒๕๔๙  เป็นสถานที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระสังกัจจายน์


















โดยรอบแล้ววัดใหญ่พอตัวเลย มีทั้งไทยทั้งจีนอยู่ด้วยกัน และมีการให้สั่งจอง เครื่องบูชาต่างๆตามศรัทธาของแต่ละคน  ถ้าถามว่าประทับใจอะไร คงเป็นองค์หลวงพ่อโต ที่ใหญ่ขนาดนี้ ยิ่งตอนน้ำท่วม ชาวบ้านบอกว่า น้ำมาไม่ถึงองค์หลวงพ่อ เป็นเรื่องเหลือเชื่อพอสมควร


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น